ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤษภาคม 27, 2020, 06:09:54 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว:

+  สำนักสงฆ์เขาพระครู, ศรีราชา, ชลบุรี,
|-+  รวมธรรมะ
| |-+  ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ
| | |-+  พระอรหันต์
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: พระอรหันต์  (อ่าน 2028 ครั้ง)
พระอาจารย์วัฒนา
Jr. Member
**
กระทู้: 67


เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2011, 06:56:04 AM »

สาธุๆๆ ครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์
ต่อเนื่องจากคำตอบที่แล้วครับ เมื่อพิจารณาจากคำตอบแล้วนั้นผมอยากจะทวนสอบความเข้าใจอีกสักหน่อยครับคือ
1 การที่พระอรหันต์ทราบว่าตัวของท่านเองหมดกิเลิศนั้นมีความรู้สึกอย่างไรและรู้ได้อย่างไรว่าตนเองนั้นหมดกิเลศ อุปมาเหมือนกับเวลาที่เราเป็นไข้เจาจะรู้สึกไม่สบายตัวแต่พอเวลาหายป่วยอาการเหล่านั้นก็หายไป อยากจะให้พระอาจารย์ยกตัวอย่างให้เห็นภาพครับ
2 เมื่อท่านเหล่านั้นบรรลุพระอรหันต์แล้วโดยการรู้ได้เฉพาะตนเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองได้บรรลุพระอรหันต์จำเป็นจะต้องทวนสอบกับผู้ที่ได้บรรลุพระอรหันต์อีกหรือไม่(เพื่อให้ชัวร์ว่าบรรลุจริงหรือไม่)
3 ทวนความเข้าใจ วรรคสุดท้ายเกี่ยวกับพุทธวิสัยครับ คือ พุทธวิสัย นั้นจำเป็นจะต้องฟังธรรมจากพระพุทธองค์เท่านั้นหรือเปล่าครับ(กราบพระอาจารย์ขยายความตรงนี้ครับเพราะ ยังมีความไม่เข้าใจเกี๋ยวกับพุทธวิสัยอยู่ครับ)

เจริญพร..ตอบ
 พระอรหันต์พึงละสังโยชน์ได้ทั้งหมด

 สังโยชน์   คือ กิเลสที่ผูกมัดจิตใจไว้กับทุกข์หรือภพชาติ มี 10 ข้อ  มีเบื้องต่ำ 5  และ เบื้องสูง 5   คือ
สังโยชน์เบื้องต่ำ หรือ ขั้นหยาบ มี 5 ข้อ คือ

1. สักกายทิฏฐิ  ความเห็นว่าเป็นตัวของตน  ความเห็นที่ยังติดในสมมุติว่าเป็นตัวตน เราเขาเป็นนั่นเป็นนี่ มองไม่เห็นสภาพความจริงที่สัตว์บุคคลเป็นเพียงองค์ประกอบต่างๆมาประชุมกันเข้า ทำให้มีความเห็นแก่ตัวในขั้นหยาบ และความรู้สึกกระทบกระทั่งบีบคั้นเป็นทุกข์ได้รุนแรง

2. วิจิกิจฉา  ความลังเล  สงสัย  เคลือบแคลงต่างๆ  เช่น   สงสัยในพระศาสดา  ในพระธรรม  ในพระสงฆ์ ในสิกขา   ในเรื่องที่มาที่ไปของชีวิตในปฏิจจสมุปบาท  เป็นต้น   ทำให้ไม่มั่นใจ ไม่เข้มแข็งแกล้วกล้าที่จะดำเนินชีวิตตามหลักธรรม  ด้วยความมีเหตุผล และในการที่จะเดินหน้าแนวดิ่งไปในอริยมรรค

3. สีลัพพตปรามาส  ความถือมั่นศีลพรต  คือความยึดถือผิดพลาดไปว่า   จะบริสุทธ์  หลุดพ้นได้เพียงด้วยศีลพรต   ได้แก่การถือศีล   ระเบียบแบบแผน  บทบัญญัติ  และข้อปฏิบัติต่างๆ โดยสักว่า  ทำตามๆกันไปอย่างงมงาย   เห็นเป็นขลังหรือศักดิ์สิทธิ์   ติดอยู่แค่รูปแบบหรือพิธีรีตรองก็ดี  ถือด้วยตัณหาและทิฏฐิ  คือ ปฏิบัติเพราะอยากได้ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเพราะเห็นว่าจะทำให้ได้เป็นนั่นเป็นนี่  ก็ดี  ไม่เป็นตามความหมายและความมุ่งหมายที่แท้จริงของวัตรของศีล และวัตรทำให้ปฏิบัติเขวออกนอกลู่นอกทาง  หรือเลยเถิดไป  ไม่เข้าสู่อริยมรรค

4. กามราคะ  ความกำหนัดในกาม  ความติดใจในกามคุณ

5. ปฏิฆะ  ความกระทบกระทั่งในใจ  ความหงุดหงิดขัดเคือง  หรืองุ่นง่านใจ

สังโยชน์เบื้องสูง หรือ ขั้นละเอียด มี 5 ข้อ คือ

6. รูปราคะ  ความติดใจในรูปอันปราณีต  เช่นติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌาน  พอใจในรสความสุขความสงบของสมาธิขั้นรูปฌาน  ติดใจปรารถนาในรูปภพ  เป็นต้น

7. อรูปราคะ  ความติดใจในอรูปธรรม เช่น ติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌาน  ติดใจปรารถนาในอรูปภพ  เป็นต้น

8. มานะ  ความถือตัว  หรือสำคัญตนเป็นนั่นเป็นนี่ เช่นว่า สูงกว่าเขา เท่าเทียมเขา ต่ำกว่าเขา เป็นต้น

9. อุทธัจจะ  ความฟุ้งซ่าน  จิตใจไม่สงบ  ว้าวุ่น  ซัดส่าย  คิดพล่านไป

10. อวิชชา  ความไม่รู้จริง ไม่รู้ทันสภาวะ ไม่เข้าใจในกฎธรรมดาแห่งแหตุและผล หรือ ไม่รู้อริยสัจ
พระโสดาบัน        ละสังโยชน์  3 ข้อ แรกได้
พระสกิทาคามี     ละสังโยชน์ 3 ข้อได้ และสามารถทำข้อ 4 และ 5 ให้เบาบางได้
พระอนาคามี        ละสังโยชน์ 5 ข้อต้นได้หมด
พระอรหันต์          ละสังโยชน์ได้หมด 10 ข้อ

2.ไม่ต้องแล้วครับ
3.ใช่ครับ ต้องฟังธรรมจากพุทธองค์หรือได้รับคำพยากรณ์จากพระพุทธองค์ ว่าสาวกรูปนี้ได้ดวงตาเห็นธรรมหรือได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว
บันทึกการเข้า

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกเป็นครั้งแรกเราก็ร้องไห้พร้อมกำมือไว้แน่น
เป็นสัญลักษณ์ว่าเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกนั้น
ทุกคนแบมือออกเหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่าเขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย ”
Weerasak
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 16, 2011, 08:46:17 AM »

กราบนมัสการพระอาจารย์
      กราบสาธุกับคำตอบครับทำให้มีความผระจ่างขึ้นมากครับ มีคำถามต่อเนื่องอีกข้อครับว่า ในยุคปัจจุบันยังมีพระดสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เกิดขึ้นอยู่หรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า
พระอาจารย์วัฒนา
Jr. Member
**
กระทู้: 67


เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 03:37:54 PM »

กราบนมัสการพระอาจารย์
      กราบสาธุกับคำตอบครับทำให้มีความผระจ่างขึ้นมากครับ มีคำถามต่อเนื่องอีกข้อครับว่า ในยุคปัจจุบันยังมีพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ เกิดขึ้นอยู่หรือไม่ครับ

 เจริญพร ตอบ

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า " ดูก่อนสุภัททะ ถ้าพระภิกษุเหล่านี้ยังปฏิบัติชอบอยู่ โลกก็จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย "
บันทึกการเข้า

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกเป็นครั้งแรกเราก็ร้องไห้พร้อมกำมือไว้แน่น
เป็นสัญลักษณ์ว่าเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกนั้น
ทุกคนแบมือออกเหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่าเขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย ”
Weerasak
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 12:12:24 PM »

กราบ สาธุ ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!