ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
สิงหาคม 13, 2020, 03:31:12 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ติดต่อสอบถาม 038-773349 หรือส่ง Email มาที่  teerawat@watkhaophrakru.com

+  สำนักสงฆ์เขาพระครู, ศรีราชา, ชลบุรี,
|-+  รวมธรรมะ
| |-+  ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ
| | |-+  ความคิดระหว่างนั่งสมาธิและเดินจงกรม
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ความคิดระหว่างนั่งสมาธิและเดินจงกรม  (อ่าน 1066 ครั้ง)
Manee
Newbie
*
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 14, 2011, 10:27:56 AM »

นมัสการค่ะ

อยากเรียนสอบถามว่า ขณะนี้ฝึกปฏิบัติมาได้ 45 วันแล้ว โดยเดินจงกรม 30 นาที นั่งสมาธิ 30-40 นาที สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

ระหว่างการเดิน และการนั่ง จะมีความคิดเกิดขึ้นเป็นระยะๆ และจะรู้ตัวทุกครั้งที่คิดอยู่ เห็นว่าความคิดเกิดขึ้นแล้วก็เห็นว่ามีการเปลี่ยนเรื่องคิด แต่สังเกตุความรู้สึกจะเหมือนเดิมคือ โล่ง โปร่ง เบา มีความสุข ไม่รู้สึกไปตามเรื่องที่คิด เหมือนว่าความคิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่เรื่องแต่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก ส่วนความรู้สึกเป็นความรู้สึกเหมือนเดิมตั้งแต่นั่งจนออกจากสมาธิ หลังจากออกสมาธิแล้วก็มีความรู้สึกสดชื่น มีความสุข ไม่ง่วงเหงาหาวนอน อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกินกาแฟเหมือนเมื่อก่อน

อยากสอบถามว่า ความคิดที่เกิดขึ้น เรียกว่าฟุ้งซ่านหรือไม่คะ
บันทึกการเข้า
พระอาจารย์วัฒนา
Jr. Member
**
กระทู้: 67


เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2011, 07:08:02 PM »

นมัสการค่ะ

อยากเรียนสอบถามว่า ขณะนี้ฝึกปฏิบัติมาได้ 45 วันแล้ว โดยเดินจงกรม 30 นาที นั่งสมาธิ 30-40 นาที สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

ระหว่างการเดิน และการนั่ง จะมีความคิดเกิดขึ้นเป็นระยะๆ และจะรู้ตัวทุกครั้งที่คิดอยู่ เห็นว่าความคิดเกิดขึ้นแล้วก็เห็นว่ามีการเปลี่ยนเรื่องคิด แต่สังเกตุความรู้สึกจะเหมือนเดิมคือ โล่ง โปร่ง เบา มีความสุข ไม่รู้สึกไปตามเรื่องที่คิด เหมือนว่าความคิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่เรื่องแต่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก ส่วนความรู้สึกเป็นความรู้สึกเหมือนเดิมตั้งแต่นั่งจนออกจากสมาธิ หลังจากออกสมาธิแล้วก็มีความรู้สึกสดชื่น มีความสุข ไม่ง่วงเหงาหาวนอน อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องกินกาแฟเหมือนเมื่อก่อน

อยากสอบถามว่า ความคิดที่เกิดขึ้น เรียกว่าฟุ้งซ่านหรือไม่คะ


เจริญพร วิสัชชนา
 ก่อนอื่นต้องอนุโมทนาสาธุ กับความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ อาการที่เป็นนั้นไม่ใช่ความฟุ้งซ่าน แต่เป็นอาการของจิตที่เป็นสมาธิมาก
พอสมควรแล้ว จิตจะละเอียดปราณีตและมองเห็นความนึกคิดปรุงแต่งของจิตได้ชัดเจนมากขึ้น แต่เราก็สามารถใช้คำบริกรรมตัดอารมณ์เหล่านั้นได้ ถือว่าถูกต้องแล้ว ส่วนความสดชื่นหลังจากนั่นสมาธินั้น ถือว่าจิตได้ละอารมณ์ต่างๆไปมากแล้ว ทำให้เบา สบาย และพักผ่อนน้อยก็เหมือนเราได้พักอย่างเต็มอิ่มแล้ว เลยทำให้สดชื่น .... สาธุๆ
บันทึกการเข้า

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกเป็นครั้งแรกเราก็ร้องไห้พร้อมกำมือไว้แน่น
เป็นสัญลักษณ์ว่าเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกนั้น
ทุกคนแบมือออกเหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่าเขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย ”
Manee
Newbie
*
กระทู้: 11


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 17, 2011, 11:10:17 AM »

ขอบพระุคุณพระอาจารย์ค่ะ ขอเรียนถามต่อว่า หลังจากฝึกได้มาได้สักระยะนึงแล้ว ทำไมถึงเห็นความวุ่นวาย ความแก่งแย่ง แข่งขัน มุ่งเอาผลประโยชน์ของตน ระหว่างมนุษย์ด้วยกันชัดเจนมากขึ้นคะ บางเรื่องที่เข้าใจว่าดีแล้วก็มีเหตุให้รับรู้ถึงการมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากไปเข้้าร่วมหรือรู้จักสนิทสนมกับคนในสังคม เรื่องที่เคยโต้เถียงกับผู้อื่นก็ไ่ม่อยากเถียง เรื่องที่เคยโกรธก็ไม่โกรธ เสร็จกิจธุระที่ต้องติดต่อกันแล้วก็อยากจะปลีกวิเวกอยู่คนเดียว ไม่อยากดูหนัง ไ่ม่อยากฟังเพลง ไม่อยากไปเที่ยว ไม่อยากถ่ายรูปทั้งที่เคยชอบมาก แต่ชอบไปเข้ากิจกรรมสวดมนต์เย็นแล้วก็ฟังพระเทศน์แทน

อาการแบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไรคะแล้วจะมีผลต่อการใช้ชีวิตในสังคมหรือไม่คะ
บันทึกการเข้า
พระอาจารย์วัฒนา
Jr. Member
**
กระทู้: 67


เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2011, 06:58:56 AM »

 เจริญพร   วิสัชชนา
  ที่เป็นอยู่นั้นคือ เรามีจิตใจที่สูงขึ้น ละเอียดปราณีตขึ้น ทำให้มองเห็นเรื่องของโลกๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น จนเกิดความเบื่อหน่าย  อันนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี  แต่อีกส่วนนึงคือ การปรับตัวเข้ากับสังคม เราก็ต้องทำควบคู่กันไปด้วย ซึ่งให้คนอื่นจะเข้าใจเรานั้นเป็นสิ่งที่ยาก
บันทึกการเข้า

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกเป็นครั้งแรกเราก็ร้องไห้พร้อมกำมือไว้แน่น
เป็นสัญลักษณ์ว่าเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาลาโลกนั้น
ทุกคนแบมือออกเหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่าเขามิได้เอาอะไรไปด้วยเลย ”
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!