ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
พฤศจิกายน 28, 2020, 12:22:11 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ติดต่อสอบถาม 038-773349 หรือส่ง Email มาที่  teerawat@watkhaophrakru.com

+  สำนักสงฆ์เขาพระครู, ศรีราชา, ชลบุรี,
|-+  รวมธรรมะ
| |-+  วันสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ศาสนาพิธี
| | |-+  วันมาฆบูชา
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: วันมาฆบูชา  (อ่าน 859 ครั้ง)
admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กันยายน 21, 2009, 12:05:51 PM »

วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมโอวาทปาฎิโมกข์ คือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใสในวันนี้มีเหตุการณ์สำคัญ คือ เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ล้วนเป็นพระอรหันต์มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และทั้งหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า




วันมาฆบูชาเป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ แต่ถ้าปีใดมี อธิกมาส คือ เดือนแปดสองแปด วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญกลางเดือนสี่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้ 9 เดือน             ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ มีสี่ประการคือ
  
ประการแรก  เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน 1,250 รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย
  
ประการที่สอง  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
  
ประการที่สาม  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา
  
ประการที่สี่   วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์
  
ความพร้อมกันขององค์สี่ประการจึงเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต
  
โอวาทปาฏิโมกข์  ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นการประมวลคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์สาวกนำไปประพฤติปฏิบัติ และนำไปสั่งสองผู้อื่นในแนวทางเดียวกัน คือ
  
  
ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา   ขันตี คือความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง
นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา   ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง  
น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี   ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย  
สมโณ โหติ ปรํ วิเหธยนฺโต    ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย  
สพฺพปาปสฺส  อกรณํ  การไม่ทำความชั่วทั้งปวง
กุสลสฺสุปสมฺปทา   การทำความดีให้ถึงพร้อม  
สจิตฺต ปริโยทปนํ   การทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์  
เอตํ พุทฺธานสาสนํ   นี้เป็นคำสอนของพระพุทธศาสนา  
อนูปวาโท อนูปฆาโต   การไม่พูดร้าย การไม่ทำร้าย  
ปาติโมกฺเข จ สํวโร   การสำรวมในปาติโมกข์  
มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ   ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค  
ปนฺตญฺจ สยนาสนํ   การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด  
อธิ จิตฺเต จ อาโยโค  ความหมั่นประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง  
เอตํ พุทฺธานสาสนนฺติ   นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

  
มีข้อความในโอวาทปาฏิโมกข์ที่อาจจะจำเพาะเจาะจงสำหรับนักบวชหรือบรรพชิต และบางข้อก็นำไปประพฤติปฏิบัติได้ทั้งบรรพชิตและผู้ครองเรือน อย่างไรก็ตามข้อความในโอวาทปาฏิโมกข์ก็ได้แสดงถึง จุดหมายสูงสุด แห่งพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพานดังนั้นพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่า จึงควรศึกษาพระโอวาทปาฏิโมกข์ให้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ ตามฐานะและกำลังความสามารถของตน จึงจะได้ชื่อว่าเป็นพุทธศาสนิกชนที่แท้จริง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2011, 03:26:05 PM โดย admin » บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!