ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กันยายน 01, 2014, 08:35:32 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ข่าว: ติดต่อสอบถาม 038-773349 หรือส่ง Email มาที่  teerawat@watkhaophrakru.com

+  สำนักสงฆ์เขาพระครู, ศรีราชา, ชลบุรี,
|-+  รวมธรรมะ
| |-+  ถาม-ตอบปัญหาธรรมะ
| | |-+  บารมี ๓๐ ทัศ คืออะไร
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: บารมี ๓๐ ทัศ คืออะไร  (อ่าน 11323 ครั้ง)
admin
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: สิงหาคม 11, 2009, 08:58:49 AM »

บารม] หมายถึง การกระทำที่ประเสริฐ การกระทำที่ประกอบด้วยกุศลเจตนาคุณงามความดีที่ควรกระทำ คุณงามความดีที่ได้บำเพ็ญมา คุณสมบัติที่ทำให้ยิ่งใหญ่ เป็นธรรมส่วนหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งช่วย เหลือเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติได้ถึงซึ่งโพธิญาณ

บารมีที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญ คือ

1. ทานบารมี หมายถึง การสละออก การให้ต่างๆ
2. ศีลบารมี หมายถึง การรักษาศีลให้เป็นปกติ ถ้าเป็นฆราวาสก็ถือศีล 5 ถ้าเป็นนักบวชก็ถือศีล 8 ขึ้นไป
3. เนกขัมมะบารมี หมายถึง การออกบวช (หากฆราวาสถือศีล๘ ก็นับเป็นเนกขัมบารมีได้เช่นกัน เพราะเป็นการกระทำเพื่อละกาม)
4. ปัญญาบารมี หมายถึง การกระทำเพื่อเพิ่มปัญญา
5. วิริยะบารมี หมายถึง การกระทำที่ใช้ความเพียรเป็นที่ตั้ง สัมมัปปธานหรือความเพียรที่ถูกต้อง มี 4 อย่างคือ
o สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้น
o ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
o ภาวนาปธาน เพียรทำบุญให้เกิดขึ้น
o อนุรักขนาปธาน เพียรรักษาการทำบุญไว้ต่อเนื่อง
6. ขันติบารมี หมายถึง การอดทนอดกลั้นต่อสิ่งต่างๆ
7. สัจจะบารมี หมายถึง การรักษาคำพูด ไม่กลับกลอก แม้ว่าจะต้องสละบางสิ่งเพื่อรักษาคำพูดไว้
8. อธิษฐานบารมี หมายถึง การตั้งมั่นในปรารถนา ตั้งจิตมั่นต่อคำอธิษฐาน
9. เมตตาบารมี หมายถึง มีความรักต่อสัตว์ทั้งหลายในโลกอย่างเท่าเทียม ประดุจมารดารักบุตร
10. อุเบกขาบารมี หมายถึง การวางเฉย การปล่อยวางในสิ่งที่ผิดพลาด ในสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ วางเฉยในความทุกข์ของตน
ซึ่งในแต่ละบารมีนั้นแบ่งย่อยเป็น 3 ขั้น ได้แก่

บารมีขั้นต้น คือ เนื่องด้วยวัตถุ และทรัพย์นอกกาย เช่น การสละทรัพย์ช่วยผู้อื่น จัดเป็น ทานบารมี รักษาศีลแม้ว่าจะต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง จัดเป็น ศีลบารมี หรือ ยอมถือบวชโดยไม่อาลัยในทรัพย์สิน จัดเป็น เนกขัมบารมี เป็นต้น
บารมีขั้นกลางหรืออุปบารมี คือ เนื่องด้วยเลือดเนื้อ อวัยวะ เช่น การสละเลือดเนื้ออวัยวะแก่ผู้อื่น จัดเป็น ทานอุปบารมี การใช้ปัญญารักษาอวัยวะเลือดเนื้อของผู้อื่น จัดเป็น ปัญญาอุปบารมี การมีความเพียรจนไม่อาลัยในเลือดเนื้อหรืออวัยวะ จัดเป็น วิริยะอุปบารมี มีเมตตาต่อผู้ที่จะมาทำร้ายเลือดเนื้ออวัยวะของตน จัดเป็น เมตตาอุปบารมี หรือ มีความอดทนอดกลั้นต่อผู้ที่จะมาทำลายอวัยวะของตน จัดเป็น ขันติอุปบารมี เป็นต้น
บารมีขั้นสูงสุดหรือปรมัตถบารมี คือ เนื้องด้วยชีวิต เช่น การสละชีวิตเป็นทานแก่ผู้อื่น จัดเป็น ทานปรมัตถบารมี ยอมสละแม้ชีวิตเพื่อจะรักษาคำพูด จัดเป็น สัจจปรมัตถบารมี ตั้งจิตไม่หวั่นไหวต่อคำอธิษฐานแม้จะต้องเสียชีวิต จัดเป็น อธิษฐานปรมัตถบารมี หรือ วางเฉยต่อผู้ที่จะมาทำร้ายชีวิตของตน จัดเป็น อุเบกขาปรมัตถบารมี เป็นต้น
ดังนั้น จึงรวมเป็นบารมี 30 ทัศ
[/size]

สำนักสงฆ์เขาพระครู สถานปฏิบัติธรรมบนยอดเขาใจกลางเมืองศรีราชา
http://www.watkhaophrakru.com/webboard/index.php/topic,437.0.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 26, 2010, 09:17:22 PM โดย admin » บันทึกการเข้า
ShogunChelsea
Newbie
*
กระทู้: 29


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 09:05:59 PM »

กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

กราบรบกวนพระอาจารย์อธิบาย ปทานธาน -เพียรละบาปที่เกิดขึ้นคืออะไรค่ะ
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 09:19:13 PM »

กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์

กราบรบกวนพระอาจารย์อธิบาย ปทานธาน -เพียรละบาปที่เกิดขึ้นคืออะไรค่ะ

เจริญพร  ปหานปธาน นะโยม  ไม่ใช่ ปทานธาน   ปหานปธาน คือ เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว


          ในพระไตรปิฎก กล่าวว่า   ก็ภิกษุ   ทำฉันทะให้เกิด   พยายาม   ปรารภความเพียร
ประคองจิตไว้    ทำความเพียร    เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว    เป็น
อย่างไร ?
           ในบทเหล่านั้น    บาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว  เป็นไฉน ?
           อกุศลมูล ๓ คือ  โลภะ  โทสะ  โมหะ  และกิเลสที่ตั้งอยู่ในจิตตุปบาท
เดียวกันกับโลภะ   โทสะ   โมหะนั้น   เวทนาขันธ์   สัญญาขันธ์   สังขารขันธ์
วิญญาณขันธ์   ที่สัมปยุตด้วยโลภะ   โทสะ   โมหะนั้น   กายกรรม   วจีกรรม
มโนกรรม  ที่มีโลภะ โทสะ โมหะนั้นเป็นสมุฏฐาน  สภาวธรรมเหล่านี้ เรียกว่า
บาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว.......  

  ท่าทางจะลึกนิดนึงนะโยม จะอธิบายเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายขึ้น  กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ที่สัมปยุต คือ ประกอบด้วย โลภ โกรธ หลง เป็นสมุฏฐาน (เป็นที่ตั้ง) สภาวะธรรม(สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งทางกายและทางใจ ) เหล่าั้น้น เรียกว่า บาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว....เจริญพร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2010, 09:26:17 PM โดย admin » บันทึกการเข้า
ShogunChelsea
Newbie
*
กระทู้: 29


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 09:28:30 PM »

สาธุค่ะ

แล้วถ้าบุคคลที่ลุแก่โทสะ ได้ทำลายชีวิตผู้อื่นโดยเจตนา ผลกรรมจะเกิดแก่เขาอย่างไรบ้างค่ะ
บันทึกการเข้า
admin
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2010, 09:41:56 PM »

สาธุค่ะ

แล้วถ้าบุคคลที่ลุแก่โทสะ ได้ทำลายชีวิตผู้อื่นโดยเจตนา ผลกรรมจะเกิดแก่เขาอย่างไรบ้างค่ะ

เจริญพร... พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ว่า โกรธเขา เท่ากับจุดไฟเผาตัวเอง พึงระงับความโกรธ ด้วยการไม่โกรธ ฉะนั้นผู้ที่มีโทสะ หรือ ความโกรธนั้น จิตใจของเขาจะเร่าร้อน ทุรนทุราย มีความคิดที่ต้องกายความพึงพอใจหรือชัยชนะ เป็นต้น ที่โยมถามว่าถ้าบุคคลลุแก่โทสะ ได้ทำลายชีวิตผู้อื่นโดยเจตนา ก็เท่ากับผิดสีลข้อปานาติบาต แล้วกรรมก็ครบทั้ง 3 ทางคือ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ผลกรรมนั้นอาจจะทำให้บุคคลนั้น มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่บ่อยๆ อายุไขสั้น เป็นต้น คือ ผลกรรมจะเป็นลักษณะแบบนี้แต่ไม่สามารถระบุชัดเจนลงไปได้เพราะผลกรรมนั้นขึ้นอยู่กับ เจตนา ยิ่งถ้ากระทำซ้ำๆ บ่อยๆ กรรมก็จะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ จิตใจบุคคลก็จะยิ่งเ้ศร้าหมอง เมื่อตายไปทุขคติก้เป้นที่หวังได้แม้ไม่อยากไป......เจริญพร
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!